“หนูทำอะไรผิด” ถึงต้อง ปลอมเฟซบุ๊ก

Intro : ทางออกของเด็กสาวมัธยมต้นเหยื่อของสังคม เพราะมีคนร้าย ปลอมเฟซบุ๊ก แล้วนำภาพเปลือยหน้าอกของเธอไปโพสต์ในเฟซบุ๊กปลอมที่เขาสร้างขึ้นในชื่อของเธอ และติดแท็กเฟซบุ๊กเพื่อนของเธออีกมากกว่า 30 คน

Image by Firmbee from Pixabay

“หนูหายใจไม่ออกค่ะ รู้สึกเหมือนจุกอยู่ข้างในเวลาคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น” ความเครียดและวิตกกังวลของเธอแสดงออกมาอย่างชัดเจน ในเวลากลางวันเธอมักเหม่อลอยโดยไม่รู้ตัวและไม่รู้ว่าขณะนั้นตนกำลังคิดอะไรอยู่ ในเวลากลางคืนเธอนอนหลับยากกว่าปกติเพราะเมื่อเธอหลับตาลงเธอก็จะเห็นภาพและคิดถึงเหตุการณ์นั้นทันที คำพูดแย่ๆ รบกวนจิตใจเธอทุกวันและสร้างความทุกข์ใจแก่เธอมาก “หนูรู้สึกผิด เหมือนตัวเองเป็นคนทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในครอบครัวและโรงเรียน” เธอไม่สามารถลืมเหตุการณ์นั้นได้และต้องอยู่กับความรู้สึกผิดและหวาดระแวงตลอดเวลา บาดแผลในใจเธอจะไม่มีวันหายไปเช่นเดียวกับภาพนั้นจะยังคงอยู่โลกออนไลน์ไปอีกนานแสนนาน

เด็กสาวมัธยมต้นคนหนึ่งได้มาพบกับฉันหลังจากที่เธอได้ตกเป็นเหยื่อของสังคมเพราะมีคนร้ายนำภาพเปลือยหน้าอกของเธอไปโพสต์ในเฟซบุ๊กปลอมที่เขาสร้างขึ้นในชื่อของเธอและติดแท็กเฟซบุ๊กเพื่อนของเธออีกมากกว่า 30 คน เธอบอกว่า “เวลาเห็นคนอื่นจับกลุ่มคุยกันที่โรงเรียน…หนูก็คิดว่าพวกเขากำลังคุยกันเรื่องของหนูอยู่หรือเปล่า” คนอย่างน้อย 30 คนเห็นภาพนั้น คนอย่างน้อย 10 คน แชร์โพสต์นั้น และเพื่อนของเพื่อนในเฟซบุ๊กหรือคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักเธอเลยอีกกว่า 100 คนแสดงความคิดเห็นแย่ๆ ในโพสต์นั้น เธอถูกโจมตีโดยเกรียนคีย์บอร์ดที่ทำให้คุณค่าในตัวเธอหายไป และไม่ได้ช่วยอะไรในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอเลย  คำพูดจากคนแปลกหน้าและคนที่แชร์โดยไม่คิดก่อนนั้นได้ทำร้ายเธอมากกว่าสิ่งที่คนร้ายทำกับเธอเสียอีก

Image by Gerd Altmann from Pixabay

ต้องยอมรับว่าโลกออนไลน์ทำให้การแกล้งกันมีความรุนแรงมากขึ้น หลายปีก่อนเราเคยชินกับการถูกล้อชื่อพ่อแม่ รูปร่าง สีผิว ชนชั้นและความสามารถ แต่ตอนนี้เราเคยชินกับการถูกล้อเลียนในทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องร้ายหรือเรื่องดีก็ล้อเลียนกันหมด อยู่คนละซีกโลกก็ยังแกล้งกันได้และยังมีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็น #การกลั่นแกล้ง หรือ #bullying และส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมากมาย แต่ความจริงแล้วโลกออนไลน์อาจไม่ใช่ผู้ร้ายที่สร้างปัญหาสุขภาพจิตตัวจริง โลกออนไลน์เป็นเพียงประตูสู่การระรานกันบนสังคมออนไลน์เท่านั้น หากมองย้อนไปในอดีตยังจำได้ไหมว่า “ตอนที่ถูกพ่อแม่ตีมันเจ็บมากแค่ไหน” ถ้าเคยถูกตีเราจะจำได้ว่าร่างกายตอนที่โดนตีมันเจ็บมาก แต่เราแทบจะจำไม่ได้เลยว่า “เราทำอะไรผิดทำไมจึงถูกตี”  ถึงแม้บาดแผลตามร่างกายหรือร่องรอยจากการถูกตีจะหายไปแล้ว แต่เราก็ยังจำความรู้สึกเจ็บนั้นได้มาจนบัดนี้ เช่นเดียวกันกับคำพูดแย่ๆ ที่ถูกส่งต่อกันในสังคมออนไลน์ถึงแม้นานไปมันจะไม่ถูกพูดถึงแล้ว เพราะมีเรื่องใหม่เข้ามาให้สนุกโพสต์หรือสนุกแชร์กันทุกวัน แต่คนที่ได้รับผลกระทบจะยังคงจำมันไปตลอดชีวิต บางคนจึงเลือกที่จะจบชีวิตตนเองเพราะไม่อยากจำมันอีกต่อไป

Image by Firmbee from Pixabay

หากเราเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการกลั่นแกล้งกันในสังคมออนไลน์และเริ่มรู้สึกว่าชีวิตมันเศร้า หดหู่ เครียด อ่อนไหวง่าย หงุดหงิดก้าวร้าว ไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือพฤติกรรมตัวเองได้ และไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป นั่นหมายถึงเรากำลังประสบกับปัญหาสุขภาพจิตอยู่ก็ได้ การตรวจพบแต่เนิ่นๆ รักษาให้เร็วและต่อเนื่องจะช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้เร็ว เราอาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้สมองของเราโปร่งโล่งและเลือกทำกิจกรรมที่ตนเองชอบก่อน เช่น ออกกำลังกาย ฟังเพลงผ่อนคลายสมอง อ่านหนังสือสร้างกำลังใจ หาเวลาว่างไปเที่ยวพักผ่อน และเติมพลังบวกให้สุขภาพจิต เช่น ฝึกคุยกับตัวเองด้วยคำที่ช่วยให้รู้สึกดีและเห็นคุณค่าในตัวเอง คิดถึงข้อดีและขอบคุณสิ่งดีๆ ที่ตัวเองมีอยู่ เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่น  และเรียนรู้ที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อจำเป็น หากมีปัญหาควรบอกเล่าให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนฟัง โดยไม่ควรแบกรับปัญหาไว้คนเดียว แต่หากไม่อยากเล่าให้คนรอบข้างฟัง อาจเลือกปรึกษานักจิตวิทยาทางโทรศัพท์โดยโทร. ไปที่ 1323 สายด่วนสุขภาพจิตฟรีได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากการกลั่นแกล้งนั้นรุนแรงถึงขั้นต้องดำเนินคดีกับคนร้ายอย่างเช่นเหตุการณ์ของเด็กสาวมัธยมต้นคนนี้ ก็สามารถติดต่อไปที่เพจเฟซบุ๊ก TICAC ชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตเพื่อขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้

Image by GraphicsSC from Pixabay

3 เดือนผ่านไป เด็กคนนที่เคยถูก ปลอมเฟซบุ๊ก บอกฉันว่า “ตอนนี้เพื่อนๆ เข้าใจหนู แม่ก็เข้าใจหนูมากขึ้น คุณครูก็ให้กำลังใจ หนูรู้ว่าหนูลืมเรื่องนั้นไม่ได้ แต่หนูก็อยู่กับมันได้เพราะมันเป็นเรื่องจริง และความจริงคือหนูโดนผู้ใหญ่ทำร้าย”  ฉันดีใจมากเมื่อได้ยินเธอพูดประโยคนี้กับฉัน การใช้เวลากับคนในครอบครัวและอยู่ในสังคมที่มีคุณภาพช่วยให้เธอมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ครอบครัวที่เข้าใจและเปิดใจรับฟัง รวมถึงการให้กำลังใจจากคนรอบข้างและไม่มองว่าเธอเป็นผู้กระทำผิดช่วยให้เธอผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายมาได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพจิต ก็คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว หมั่นใช้เวลาในการกระชับความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่เพื่อนบ้าน เราอาจไม่สามารถช่วยเหลือคนที่ถูกกลั่นแกล้งในสังคมออนไลน์ได้ทุกคน แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็นผู้รับและผู้ส่งต่อสื่อที่ดีในโลกออนไลน์ได้ เราจะไม่เป็นผู้ถูกกลั่นแกล้งหรือเป็นผู้กลั่นแกล้งคนอื่นโดยไม่รู้ตัว เพียงเราเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองและหมั่นเติมพลังบวกให้ตัวเองและคนรอบข้าง  

โดย  ชุติเนตร อาษากิจ  นักจิตวิทยาให้คำปรึกษา


อ่านเรื่องอื่น ๆ

หน้าแรก

เฟซบุ๊กแฟนเพจกลั่นแกล้ง

ร้อยละ 91 เด็กไทยโดนแกล้ง และคิดจะเอาคืน ปัญหาเด็กโดน กลั่นแกล้ง ไทย เป็นอันดับ 2 ของโลก

IO สงครามข่าวสาร และการกลั่นแกล้งทางออนไลน์

April Fool Day คิดก่อนจะเล่น เมษาหน้าโง่

You may also like...

zh-CNenth