ทำไมต้องถาม “ มีแฟนหรือยัง ”

ทำไมต้องถาม  มีแฟนหรือยัง  “โดยส่วนตัวที่เจอมา ถ้าเป็นผู้หญิงยังโสด ยังไม่มีแฟน อายุสักประมาณ 27 ปีขึ้นไป จะเริ่มมีคนถามแล้วว่า “มีแฟนหรือยัง” / “เมื่อไหร่จะแต่งงาน” ซึ่งเรารู้สึกว่า เฮ้ย! แฟนนะ ไม่ใช่เข้าไปในเซเว่นอีเลฟเว่นแล้วแบบว่า เลือกซื้อเลือกหาได้แบบซาลาเปา ไม่ใช่อย่างนั้น

ภาพจาก pixabay.com

“เมื่อถูกถามซ้ำๆ ก็เลยมีความรู้สึกว่า “ถามอะไรกันนักหนา” เพราะโดยส่วนตัวเราไม่ได้เดือดร้อนเลยกับการมีหรือไม่มีแฟน แต่เมื่อเจอซ้ำๆ จึงรู้สึกว่า เบื้องหลังคำถามของเขาเหล่านั้นมีบางอย่างเจือปนอยู่ ทำให้เรากระอักกระอ่วนใจ ทั้งๆ ที่ไม่ได้กังวลกับความเป็นโสดของตัวเองเลย แต่กลับส่งผลให้เราหงุดหงิดกับคำถาม

“ มีแฟนหรือยัง ทำให้รำคาญในแง่ที่ว่า เป็นการลดทอนคุณค่าของผู้หญิง แทนที่เจอเราแล้วจะถามว่า “สบายดีไหม” / “เป็นอย่างไรบ้าง” / “กินข้าวหรือยัง” / “ช่วงนี้ทำงานอะไรอยู่” กลับไม่ถาม ทั้งๆ ที่ผ่านมาเราทำงานเยอะแยะไปซะหมด

“บางคนไม่ได้สนิทเลย แค่รู้จักเราเผินๆ อยู่ดีๆ มาถามว่า “ทำไมยังไม่มีแฟน” หรือ “เสียดายเนาะยังไม่มีแฟน” อ้าว! มาเสียดายอะไร เรายังไม่เสียดายตัวเองเลย แล้วทำไมเธอต้องมาเสียดายแทนช้าน

“เรื่องมีแฟนหรือไม่เนี่ย ต่อให้มีครอบครัวไปแล้ว ก็หนีคำถามลักษณะนี้ไม่ได้หรอก เพราะเราก็มีเพื่อนที่เขาแต่งงานไปแล้วเหมือนกัน แต่พอเข้าไปในสถานะของการแต่งงาน ก็จะถูกถามอีกว่า “เมื่อไหร่จะมีลูก”  หรือถ้ามีลูกแล้วก็จะถูกถาม “ลูกเลิกแพมเพิสได้หรือยัง” / “ลูกท่องอันนี้ได้หรือยัง” ฯลฯ ซึ่งเรารู้สึกว่า ยังไงก็จะถูกถามเป็นขั้นๆ ไป

Image by Gordon Johnson from Pixabay

“มีคนเคยแนะนำว่า ก็แต่งงานไปสิ เดี๋ยวก็จบ แต่เรารู้สึกว่า มันไม่จบ! เพราะถ้าแต่งงาน ก็จะถูกถาม ท้องหรือยัง ซึ่งเรามองว่า คำถามเหล่านี้ลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ แล้วเรายังรู้สึกว่า คุณค่าของผู้หญิงส่วนใหญ่ มันถูกยึดติดกับความเป็นแม่ ความเป็นเมีย นั่นแสดงว่า ถ้าคุณยังไม่ได้เป็นเมีย คุณค่าของคุณยังไม่เติมเต็ม ถ้าคุณยังไม่เป็นแม่ ก็ยังไม่เติมเต็มเช่นกัน

“เมื่อเจอคำถามเหล่านี้ จากแรกๆ ที่หงุดหงิด เราก็หันมาพยายามทำความเข้าใจนะว่า อะไรทำให้เขาถามแบบนั้น พบว่าบางคนมองโลกเป็นวัฏจักรเพียง “เกิด เรียน ทำงาน แต่งงาน” ซึ่งในความเป็นจริงบางคนไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่ได้มองว่าต้องแต่งงาน หรือร้อนใจกับการไม่มีแฟน เคยคิดคำตอกกลับนะ ประมาณว่า “ถ้ามีปัญญาก็หาผู้ชายที่ดีมาให้หนูแต่งสิคะ” แต่สุดท้าย วิธีที่จะลดความหงุดหงิดได้ดีที่สุด คือ โฟกัสที่ตัวเราเอง ให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำ เพราะบางคนทักเพราะไม่รู้จะพูดอะไร ทั้งนี้เพราะสอดรู้สอดเห็นก็มี แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุใด ก็ไม่ควรถามด้วยคำถามนี้อยู่ดี

Image by Narcis Ciocan from Pixabay

“หากถามมุมมองของเราเกี่ยวกับการบูลลี่ กับคำถาม มีแฟนหรือยัง เรามองว่าการบูลลี่ยังจะอยู่ได้ตราบเท่าที่ “เรายังยอม” ยอมในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องสวนกลับ แต่หมายถึง ยอมแพ้ทางจิตใจ ยอมให้มันเกิดขึ้น ทั้งผู้ที่ถูกบูลลี่เอง และผู้ที่อยู่รอบข้าง เช่น ในโรงเรียน ถ้าครูในห้องเรียนยังอนุญาตให้เพื่อนบูลลี่อีกคนได้ว่า อ้วน เตี้ย ฟันหลอ หรือลูกไม่มีแม่ ถ้ายอมให้เกิดขึ้นได้ เพื่อนในห้องเรียนยอมให้เกิดขึ้นได้ ก็จะไม่จบ แต่ถ้าเราไม่อนุญาตให้เกิดความรุนแรงเหล่านี้ ทุกคนจะยืนอยู่เคียงข้างคนที่ถูกบูลลี่ การกลั่นแกล้งจะค่อยๆ หายไป”


อ่านเรื่องอื่น ๆ

หน้าแรก

เฟซบุ๊กแฟนเพจกลั่นแกล้ง

บูลลี่ โดยแผลงชื่อให้ดูตลก แต่เจ้าของชื่อไม่ตลกด้วยหรอกนะ

คิดต่าง ทำตัวเด่น เลือกทำความเข้าใจ ดีกว่าหมั่นไส้ไหม

การพูดเล่น ที่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

You may also like...