จะกรี๊ดก็ต้องทน เพื่อไม่ให้ถูกแกล้งมาราธอน เรื่องเล่าจาก จิ้งจก
เรากลัว จิ้งจก มาก กลัวและเกลียดชนิดที่ว่ามีแกต้องไม่มีฉัน เจอเป็นกรี๊ดแตกลั่นบ้าน เข้าห้องนอนเมื่อไหร่ถ้ามันเกาะอยู่มุมใดก็ตาม คืนนั้นไม่เป็นอันได้นอน ผวา
กลัว จิ้งจก มาตั้งแต่เด็กแล้ว โตมาก็ยังกลัว แต่รู้ไหมสมัยมัธยมเราไม่เคยถูกแกล้งด้วยการที่เพื่อนจับจิ้งจกโยนใส่เลย

จะว่าไม่เคยก็ไม่ถูกนัก เพราะครั้งแรกที่โดนเพื่อนแกล้งโดยการจับจิ้งจกมาวางตรงหน้า เราไม่ขอนับ เนื่องจากเป็นครั้งวัดใจ เป็นครั้งที่ทำให้เพื่อนไม่แกล้งเราด้วยจิ้งจกอีกเลย

เรื่องมีอยู่ว่า เข้าเรียนมัธยมต้นใหม่ๆ เพื่อนผู้ชายก็อยากทดสอบจิตใจเรา โดยการโยนศพ จิ้งจก มาวางตรงหน้าบนโต๊ะเรียน เรานี่เห็นแล้วแทบกรี๊ดกระโดดหนีออกจากห้อง แต่ถ้าทำอย่างนั้น เราจะถูกแกล้งด้วยวิธีนี้เรื่อยๆ แน่ ฉะนั้นจึงต้องทำหน้านิ่ง เฉย ทั้งๆ ที่หัวใจเต้นโครมครามแทบทะลุออกมานอกอก ถ้าใครนั่งติดเรา เชื่อเลยว่าต้องได้ยินเสียงใจเต้นรัว

ทำไมเราถึงต้องนิ่งต้องทน เพราะว่า ถ้าเราหลุดกรี๊ด เพื่อนรู้จุดอ่อนทันที คนจะแกล้งเรา เขาแกล้งเพื่อความสนุก สะใจ หากแกล้งแล้วไม่ได้สิ่งเหล่านี้ เขาก็ไม่ทำ ได้ผลค่ะ เมื่อเพื่อนเห็นเราเฉย ก็ไม่เคยแกล้งเราด้วยจิ้งจกอีกเลย แต่วันนั้นยอมรับว่า กลัวมาก อยากจะร้องไห้ อยากจะกรี๊ด คำว่าน้ำตาตกในเป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ความอดทนวันนั้นก็ช่วยให้รอดพ้นการกลั่นแกล้งได้ เรื่องนี้ยืนยันได้ค่ะว่า การกลั่นแกล้งไม่ใช่เรื่องสนุก
อ่านเรื่องอื่น ๆ
ท่านเวาะห์ โต๊ะกือปะ กับคำบูลลี่ ช้างขี่ช้าง และคำขอโทษของภาวะผู้นำ
ไขมันต่างหากที่หด ไม่ใช่ขา บูลลี่ ในถ้อยคำชวนยิ้มของแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว
บูลลี่เพื่อน ก็เพื่อให้กลุ่มยอมรับ