ชุมชนวัดบ้านดี ความปรองดอง บนความหลากหลายกว่า 400 ปี

ชุมชนวัดบ้านดี ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี ถือเป็นวัดแรก ๆ ที่สร้างขึ้นในอาณาจักรปัตตานี โดยที่เจ้าเมืองซึ่งนับถือศาสนาอิสลามเป็นผู้สร้างให้ ไม่ต่ำกว่า 400 ปีที่ชุมชนพุทธเพียงไม่กี่ครัวเรือนอยู่ร่วมกับชาวมุสลิมอย่างปรองดองกระทั่งปัจจุบัน
“คนพุทธที่นี่ส่วนมากพูดภาษามลายูได้ แล้วก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงในชุมชน” สุเทพ ชัยรี ผู้นำชุมชนกล่าวถึงความสงบในพื้นที่

ความเป็นมาของวัดบ้านดี
สำหรับประวัติของวัดบ้านดี ต้องย้อนไปในสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ ชาห์ ตอนนั้นพระองค์ทรงปกครองอาณาจักรปัตตานี มีความต้องการเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรอยุธยา จึงได้เดินทางเข้ากรุงศรีอยุธยา เพื่อแสดงความเป็นมิตรกับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ หลังจากพำนักอยู่ 2 เดือนจึงลากลับ ระหว่างนี้นี่เองที่กษัตริย์อยุธยาทรงมอบไพร่พลชาวมอญจำนวน 160 คน เพื่อเป็นกำลังพลให้กับปัตตานีต่อไป (บางข้อมูลบอกชาวเขมร แต่ สุเทพ ชัยรี ลูกหลานที่สืบทอดเชื้อสายบอกว่า มอญ) ด้วยไพร่พลที่ได้รับมานับถือศาสนาพุทธ สุลต่านมูซัฟฟาร์ ชาห์ จึงทรงมอบที่ดินสร้างวัดให้

พหุวัฒนธรรมรอบวัดบ้านดี
หลังจากสุลต่านมูซัฟฟาร์ ชาห์ มอบที่ดินให้ชาวมอญแล้ว พื้นที่แห่งนั้นก็ถูกเรียกในภาษามลายูว่า “กำปง กือดี” ที่แปลว่าบ้านกุฏิ หมายถึงชุมชนที่มีวัดประมาณนั้น ส่วนภาษาไทยเรียกเป็น ‘บ้านดี’ หากกางแผนที่วัดบ้านดีออกมาดู จะเห็นว่าตัวชุมชนที่ถูกเรียกว่ากำปงกือดี กับวัดบ้านดี ถูกถนนทางหลวงหมายเลข 42 กั้นอยู่ ตัววัดนั้นอยู่ส่วนที่ติดทะเล ส่วนชุมชนอยู่ติดสวน ส่วนนี้ สุเทพ ชัยรี เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมชาวพุทธก็อาศัยอยู่ในชุมชนที่ติดสวนเป็นหลัก แต่ด้วยตัววัดอยู่ด้านที่ติดทะเล ประกอบกับชุมชนส่วนมากทำอาชีพประมง และทำเครื่องปั้นดินเผาส่งขายเรือสำเภา จึงพากันย้ายบ้านมาอยู่ฝั่งทะเล โดยวิธีการย้ายมีทั้งซื้อที่ดินจากชาวบ้านที่เป็นมุสลิม และสันนิษฐานว่า แลกที่ดินกันด้วย แม้การแลกเปลี่ยนจะไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นนานแล้ว ถึงกระนั้นแม้การยินยอมขายที่ดินให้ชาวพุทธได้อยู่ใกล้วัดก็ถือเป็นการใช้ความเข้าอกเข้าใจกันแก้ปัญหาเป็นอย่างดี
สำหรับกรณีการแลกเปลี่ยนที่ดินกันระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม มีตัวอย่างให้เห็นเช่นกัน คือ ชุมชนวัดหน้าถ้ำ หรือวัดคูหาภิมุข อ.เมือง จ.ยะลา ที่ชาวมุสลิมซึ่งมีที่ดินติดวัดแลกที่กับชาวพุทธเพื่อให้สะดวกต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นต้น
“เดิม ๆ จริง ๆ พื้นที่วัดยังอยู่ฝั่งโน้นด้วย (ฝั่งกำปงกือดี) ทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่ดินของวัดอยู่ แต่ก็ไม่มีการรุกล้ำ พี่น้องมุสลิมเขาดูแลให้เราอยู่” สุเทพ ชัยรี ยืนยัน ซึ่งนอกจากชุมชนมุสลิมจะช่วยดูแลที่ดินของวัดให้แล้ว การใช้พื้นที่ทางการเมือง ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันด้วย
“ชุมชนของเราอยู่แบบพหุฯ ในหมู่ 3 ของเรา พุทธ กับอิสลามประชากรน่าจะครึ่งต่อครึ่ง อยู่กันไม่เคยมีปัญหาอะไร สำหรับการเลือกผู้ใหญ่บ้าน มีข้อตกลง MOU กัน ฝั่งเรายกให้ทางมุสลิมเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ให้เราได้เป็นผู้ช่วยด้วย ถือว่าโอเคไม่เคยมีปัญหาอะไร ที่นี่ผู้ใหญ่บ้านไม่มีการเลือกตั้ง ตกลงกันเลยว่าให้ใคร เราให้มุสลิมเป็นผู้ใหญ่ อบต. ก็เช่นกัน แบ่งกัน”

วัดบ้านดีหมุดหมายของนักเดินเรือ
ความสำคัญของ ชุมชนวัดบ้านดี นอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ในอดีตยังเป็นหมุดหมายของนักเดินเรือด้วย เนื่องจากมีเจดีย์องค์ใหญ่ ให้เรือสำเภาได้จับทิศเพื่อแล่นเข้าอ่าวปัตตานีได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบันเจดีย์ใหญ่ล้มลงแล้ว คงเหลือเพียงเจดีย์องค์เล็ก ๆ ที่นำยอดเดิมมาสร้าง ความยิ่งใหญ่ที่ว่าจึงหายไปกับกาลเวลา ทว่าเรื่องราวความภาคภูมิใจ ร่องรอยความรัก ความปรองดองของชุมชนยังคงเด่นชัดอยู่เสมอ
“เมื่อก่อนเจดีย์ใหญ่กว่านี้มาก ทิศทางการล้มของเจดีย์ จากที่นักธรณีวิทยาดู เขามาดูการล้มของพื้นอิฐ เขาบอกล้มออกไปนอกรั้วกำแพงโน่นเลย ซึ่งฐานกับกำแพงที่ติดอนามัยไกลกันมาก เขาบอกว่าถ้าอยู่บนยอดเจดีย์สามารถเห็นภูมิประเทศของจังหวัดปัตตานีได้ทั่วเลย” สุเทพ ชัยรี อธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของเจดีย์วัดบ้านดี

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นเหตุผลที่เลือกชุมชนวัดบ้านดี มาเป็นตัวอย่างในการเสริมสร้างสังคมสันติสุข เพราะหากย้อนกลับไปยังต้นตอของชุมชน เห็นได้ว่าชาวพุทธในพื้นที่ล้วนย้ายมาจากที่อื่น และเห็นได้ว่าชาวบ้านแต่เดิมไม่ได้นำความแตกต่างมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อทะเลาะกัน แต่ใช้มันมาเพื่อหาทางออกที่ลงตัว เช่น การสับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยภายในชุมชนกันเอง เป็นต้น
สรรพสิ่งล้วนเคลื่อนไหว ผู้คนเคลื่อนย้าย เหตุการณ์ในอดีตไม่อาจแก้ไข แต่ก็ใช่ว่าการนำมาสร้างเป็นเงื่อนไขให้ทะเลาะเบาะแว้งกันจะเป็นสิ่งที่สมควร เหมือนกับชุมชนวัดบ้านดี ที่หลาย ๆ ความยิ่งใหญ่เกิดขึ้นที่นี่ โดยที่ปัจจุบันเหลือเพียงเรื่องเล่าบอกต่อ แต่ก็ยังคงใช้ความเข้าอกเข้าใจกันสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนต่อไป
อ้างอิง
https://elibrary.tsri.or.th/fullP/RDG5010018/RDG5010018_s33.pdf
https://mgronline.com/south/detail/9510000005707
อ่านเรื่องอื่น ๆ
ชายแดนใต้ ในสายตาคนพื้นที่… เรื่องเล่า 3: นกเงือก ที่มักสับสนกับทูแคน ทั้ง ๆ ที่เป็นคนละประเภท
ตามรอย บาเตาะ ตำนาน “มนุษย์กินคน” ที่แว้ง
กระบือ เมื่อควายก็มี พิษสุนัขบ้า